ข้อดีของการกินโยเกิร์ตก่อนนอน

เผยแพร่เกร็ดความรู้นี้

  1. ช่วยให้นอนหลับง่าย โยเกิร์ตมีส่วนประกอบของนม ในโยเกิร์ตจึงมีทริปโตเฟน กรดอะมิโนที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกง่วงนอน และทริปโตเฟนยังจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับง่ายกว่าเดิม
  2. ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ในโยเกิร์ตมีโพรไบโอติกส์ แบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้และระบบย่อยอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย พร้อมทั้งโพรไบโอติกส์ยังจะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมของร่างกายดีขึ้นด้ว โดยเฉพาะหากกินโยเกิร์ตตอนท้องว่าง ในช่วงเช้า หรือก่อนเข้านอน จุลินทรีย์ชนิดดีและโพรไบโอติกส์จะเข้าไปจัดระเบียบบรรดาสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ เช้ามาก็จะขับถ่ายคล่องตัวและง่ายขึ้นกว่าเดิม
  3. ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย หลังจากโยเกิร์ตได้เข้าไปกระตุ้นระบบขับถ่ายแล้ว การที่ร่างกายขับถ่ายได้ดีขึ้น ก็เหมือนได้ดีท็อกซ์ลำไส้ไปในตัว ที่สำคัญยังจะส่งผลดีต่อการดูดซึมสารอาหารอีกด้วย ยิ่งกับคนที่มีพุงและรู้สึกอึดอัดท้อง ถ่ายยาก การได้รับโพรไบโอติกส์จากโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายได้ คราวนี้พุงที่เคยป่องและอึดอัดก็จะยุบลง เพียงกินโยเกิร์ตก่อนนอนติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์เท่านั้น
  4. ช่วยควบคุมน้ำหนัก กินโยเกิร์ตก่อนนอนอ้วนไหม หลายคนกังวลตรงจุดนี้ ซึ่งก็ตอบเลยว่า โยเกิร์ตเป็นของว่างก่อนนอนที่ช่วยคลายหิวให้คนชอบกินมื้อดึกได้เป็นอย่างดี เพราะโยเกิร์ตมีโปรตีนซึ่งจะทำให้อิ่มอยู่ท้องแบบสบาย ๆ อีกทั้งโยเกิร์ตยังจัดเป็นอาหารแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักจะกินแก้หิวยามดึกได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกโยเกิร์ตไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย หรือรสธรรมชาติ รวมไปถึงต้องคุมอาหารในระหว่างวัน ร่วมกับหมั่นออกกำลังกายด้วย
  5. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ระหว่างที่เรานอนหลับร่างกายจะมีกระบวนการเสริมสร้างและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ ซึ่งการกินโยเกิร์ตก่อนนอนก็จะช่วยเสริมโปรตีนให้ร่างกายดึงไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายแบบใช้กล้ามเนื้อหนัก ๆ การกินโยเกิร์ตที่มีโปรตีนก่อนเข้านอนก็จะช่วยฟื้นฟูมวลกล้ามเนื้อที่เสียหาย พร้อมกันนั้นก็ช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อในระหว่างที่หลับไป ทว่าก็ควรเลือกกินโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง ๆ อย่างกรีกโยเกิร์ต


โดย.. นายกุลางกูร พัฒนเมธาดา

แหล่งที่มา

health.kapook.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น