สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการมุ่งเน้นการวิจัยเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผลงานวิจัยที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด การบริการวิชาการนับเป็นหนึ่งช่องทางในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย

โดยสถาบันฯ ได้รวบรวมองค์ความรู้ของหน่วยวิจัย/นักวิจัยจัดเป็นหลักสูตรในการอบรม/สัมมนา/อบรมเชิงปฏิบัติการ ตลอดจนจัดทำเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์หรือสื่อรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ไปสู่ชุมชน/ภาคเอกชน อันมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้, สร้างอาชีพ ให้ชุมชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม/สร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากกลุ่มหนึ่งสู่อีกกลุ่มหนึ่ง และเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

งานถ่ายทอดเทคโนโลยี

งานถ่ายทอดเทคโนโลยี เมื่อการวิจัยเสร็จสมบูรณ์ ผู้วิจัยจะรวบรวมผลจากการวิจัยจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ และนำไปเผยแพร่ตามห้องสมุด ซึ่งเพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สถาบันฯ ได้สนับสนุนให้ผู้วิจัยรวบรวมองค์ความรู้และนำมาเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

  1. บทความวิจัย จัดทำในรูปแบบเอกสาร, แผ่นพับ, รูปเล่ม ตลอดจนเผยแพร่บนเว็บไซด์สถาบันฯ
  2. การจัดนิทรรศการ นำผลงานวิจัยจัดแสดงในงานนิทรรศการต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สถาบันฯ
  3. การอบรม/อบรมเชิงปฏิบัติการ/สัมมนา เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงและได้ลงมือปฏิบัติจริง
  4. การต่อยอดผลงานวิจัย การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการนำไปใช้จริง
  5. การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ การนำผลงานวิจัยเข้าสู่กระบวนการทรัพย์สินทางปัญญา และนำไปสู่การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นทุน


งานทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นกระบวนการที่จะช่วยคุ้มครองสิทธิ์ในผลงานค้นคว้าวิจัย ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาประกอบด้วย สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร, เครื่องหมายการค้า, ความลับทางการค้า, ผังภูมิวงจรรวม, สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์, ลิขสิทธิ์ และพันธุ์พืช โดยทรัพย์สินทางปัญญาทั้ง 7 ประเภทจะลักษณะของผลงานที่ต้องการคุ้มครอง รวมทั้งระยะเวลาและเงื่อนไขในการคุ้มครองสิทธิ์แตกต่างกัน

โดยส่วนใหญ่นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ได้จากการวิจัยจะมีลักษณะเป็นสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร เนื่องจากเป็นผลงานที่เป็นแนวคิด/หลักการทำงาน หรือระบบ/กลไกการทำงาน ซึ่งผลงานที่จะจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรได้จะต้องมีความใหม่, มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้