ผักฮ้วน ผักพื้นบ้าน ที่มากด้วยสรรพคุณ (ตอน 4)


ผักฮ้วน เป็นไม้เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นและมีชื่ออื่นอีกหลายชื่อ เช่น กระทุงหมาบ้า คันซุงสุนัขบ้า (ภาคกลาง) มานหูกวาง (เพชรบุรี) ผักง้วนหมู (ภาคอีสาน) เถาคัน (ภาคใต้) อย่างไรก็ตามในภาคเหนือเรียกว่า เครือเขาหมู หรือ ผักฮ้วนหมู คำว่าฮ้วนนี้แปลว่าลำไส้ดังนั้นผักฮ้วนหมูจึงหมายถึงลำไส้ของหมู และผักชนิดนี้ยังมีรสขมคล้ายลำไส้อ่อนของหมูอีกด้วย ผักฮ้วนเป็นผักที่มีทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามิน

ในเรื่องสรรพคุณทางยานั้นผักฮ้วนมีชื่อปรากฏในหนังสือตำรายาหลายเล่ม เช่น ในตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม และตำรายาล้านนา ได้บันทึกไว้ว่า เถามีรสเบื่อเอียน มีสรรพคุณในการดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษไข้ ไข้กาฬและพิษฝี ขับปัสสาวะ แก้ดีกำเริบนอนละเมอเพ้อกลุ้ม ปวดศีรษะ เซื่องซึม ใบใช้ขับปัสสาวะ แก้แผลน้ำร้อนลวก แก้ปวดเนื่องจากแผลอักเสบ แก้พิษ แก้ฝี โดยนำเอาใบสดมาตำให้ละเอียดและใช้ทาบริเวณแผล ในตำรับยาล้านนาได้นำผักฮ้วนมาเป็นส่วนประกอบในยาหลายชนิด เช่น ยาลมมะเรงคุต ใช้กระทุ้งพิษร้อน พิษไข้ พิษฝี พิษกาฬ พิษไข้หัวให้ซ่านออกมา แก้น้ำดีกำเริบ หลับๆตื่นๆ ละเมอเฟ้อพก ช่วยให้อาเจียน ขับพิษ ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา รากผักฮ้วนหมูมีรสเฝื่อน ใช้กระทุ้งพิษ แก้ไข้พิษ ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อน แก้ดีกำเริบ รากผักฮ้วนยังใช้ร่วมกับ หัวถั่วพู รากผักหวานบ้าน ผักตำลึง และหาดเยือง ฝนใส่น้ำซาวข้าวใช้กินบรรเทาอาการปวดหัว ใช้ทำยาประคบโดยใช้หัวกุก หัวก่า หัวข่า รากตาเหินขาวและเหลือง นำมาห่อผ้าและนึ่งประคบบริเวณที่ปวด นอกจากนี้ยังใช้ทำยารักษามะเร็งคุด โดยนำหัวบุก หัวกลอย บอระเพ็ด เปลือกหมี่ ยางพราย เหนี้ยวหมู เปลือกง้วนหมู อย่างละเท่าๆกัน ตำแล้วคั่วบดใส่น้ำมันงานำมาทาถูนวดบริเวณที่เจ็บที่ปวดตามกระดูก และเอ็น ใช้ทาบริเวณที่เจ็บที่เมื่อย นอกจากนี้ผักฮ้วนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยาล้านนาอีกหลายตำรับ

จะเห็นได้ว่าผักฮ้วนนั้นเป็นพืชที่มีสรรพคุณและคุณค่าที่มากมายเป็นได้ทั้งอาหารและยาที่ดีดังนั้นจึงเป็นพืชที่ควรหามาปลูกไว้ในบ้าน ในสวน เวลาจะเก็บมาทำยาหรือประกอบอาหารก็ง่ายเพราะว่าอยู่ใกล้มือ อีกทั้งยังมีความแน่ใจในเรื่องของความปลอดภัยเพราะปลูกและดูแลด้วยตัวเอง


เอกสารอ้างอิง


ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม โดยกองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

พรรณเพ็ญ เครือไทย, อมรรัตน์ เฟื่องวรธรรม และนิตยา บุญทิม. การจัดการความรู้ตำรายาพื้นบ้านล้านนา กรณีศึกษากลุ่มโรคมะเร็งหรือบ่าเฮ็ง. สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2554.



ร่วมแสดงความคิดเห็น