พืชผักสมุนไพรและการต่อต้านมะเร็ง

  เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย จะเกิดการเสื่อมสลายและเกิดใหม่ทดแทนตลอดเวลา เซลล์ที่เกิดจากการแบ่งตัวขึ้นใหม่นี้หากมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ มีการแบ่งตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ลุกลามไปจนเบียดบังการทำหน้าที่ของอวัยวะข้างเคียง หรือทำให้อวัยวะนั้นๆสูญเสียความสามารถในการทำหน้าที่ไปเรียกว่า มะเร็ง


  มะเร็งหรือเนื้องอกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิจากปัจจัยที่อาจควบคุมไม่ได้ เช่นกรรมพันธุ์ และปัจจัยเสริมที่เกี่ยวเนื่องกับการดำรงชีวิตเช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคของปิ้งย่างเป็นประจำ เป็นต้น มะเร็งหรือเนื้องอกนั้นมีทั้งชนิดที่ไม่ร้ายแรง (Benign tumor) และชนิดที่สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้ เนื้องอกหรือมะเร็งอาจแบ่งตามชนิดของเซลล์ที่เป็นต้นกำเนิด เช่น

  - Carcinomas เซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์บุผิว (Epithelium) มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งทุกประเภท
  - Sarcomas เป็นมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) เช่นกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน
  - Leukemia หรือ Lymphoma เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น


  ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต กระบวนการที่ใช้ในการควบคุมสมดุลย์ของการเกิดและตายของเซลล์ต่างๆเรียก Apoptosis ซึ่งเกี่ยวข้องกับชุดของปฏิกิริยาทางชีวเคมีทำให้เซลล์ตายอย่างมีลักษณะที่เฉพาะเช่น การบวมของเซลล์, การเปลี่ยนแปลงของเยื่อหุ้มเซลล์เช่นการเหี่ยวของเซลล์ Nucleus แตกเป็นชิ้นส่วน, Chromatin หนาตัวขึ้น, และ DNA แตกเป็นท่อน กระบวนการกำจัดเศษซากเซลล์ก็จะไม่ทำให้เกิดการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อข้างเคียงเกิดความเสียหายซึ่งต่างจากการตายแบบการตายเฉพาะส่วนหรือ Necrosis


  การบริโภคผักและผลไม้ เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่าลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้จริงด้วยกลไกของการต้านอนุมูลอิสระและการลดการอักเสบ อาหารสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดความเสี่ยงหรือช่วยยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งมีหลายชนิด เช่น อีจีซีจี (EGCG) เป็นสารในกลุ่มคาเทชิน (Catechins) พบในชาเขียว สารในกลุ่มเคอร์คิวมิน (Curcumin) พบในขมิ้น และโปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidin) พบในเมล็ดองุ่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็ง เต้านม (Antiproliferation) และการชักนำให้เซลล์มะเร็งตายอย่างเป็นขั้นตอน (Apoptosis induction activity) เป็นต้น พืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะพืชในกลุ่ม Ocimum spp. เช่น โหระพา (O. basilicum L.) กะเพรา (O. sanctum L.) และแมงลัก (O. americana L.) เป็นพืชสมุนไพรพืชที่พบเห็นได้บ่อยในอาหารประจำวันของคนไทย สามารถปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได้ง่าย ประยุกต์กับรายการอาหารประจำท้องถิ่นได้ง่าย และเป็นพืชที่มีรายงานการวิจัยสนับสนุนถึงสารสำคัญที่มีฤทธิ์ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีโดยเฉพาะฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้เป็นพืชที่น่าสนใจในการส่งเสริมการบริโภคและการดูแลสุขภาพพื้นฐาน


  ในปี 2006 พงศธร ธรรมถนอม และคณะ [1] ได้รายงานการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของสารสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร 17 ชนิด พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพามีความสามารถดังกล่าวดีที่สุดในกลุ่มเมื่อทำการทดสอบในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในหนู (P388) และในปี 2007 พงศธร ธรรมถนอม และคณะ [2] รายงานการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและฤทธิ์ชักนำให้เกิดการตายแบบ apoptosis ของเซลล์มะเร็งในช่องปากของมนุษย์ (Human mouth epidermal adenocarcinoma, KB) และเซลล์มะเร็งระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ (HeLa) ของพืชทั้งสามชนิดดังกล่าว พบว่ามีฤทธิ์ยับยังการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งทั้งสองดีกว่า Vincristine ซึ่งเป็น Anti-cancer drug อีกทั้งยังสามารถชักนำให้เซลล์มะเร็งดังกล่าวเกิด Apoptosis ได้ในระดับที่น่าสนใจ สามารถตรวจพบลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเซลล์ การเกิดการรวมตัวกันของนิวคลีไอด์เพราะเซลล์กำลังถูกทำลาย และการแตกหักของ DNA (DNA fragmentation) ซึ่งต่างก็เป็นตัวชี้วัดการเกิด Apoptosis ในช่วงต่างๆของเซลล์ทั้งสิ้น


  ในปี 2009 พงศธร ธรรมถนอม [3] ได้กล่าวถึงการศึกษาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทำการศึกษาในเซลล์มะเร็งระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ ประกอบด้วย เซลล์มะเร็งตับ (Hep G2) และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HT-29) และเปรียบเทียบระหว่างสารสกัดน้ำมันหอมระเหยและสารสกัดหยาบ พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากใบและเมล็ดแมงลักแสดงฤทธิ์ต่อต้านการเจริญติบโตของเซลล์มะเร็ง HT-29 ได้ดีที่สุด ขณะที่น้ำมันหอมระเหยจากกะเพราแสดงฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง Hep G2 ได้ดีที่สุด สารสกัดหยาบจากใบและยอดอ่อนที่นำมาคั้นน้ำและทำให้งวดนั้น แสดงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งทั้งสองได้ด้อยกว่าน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด จากการติดตามการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเซลล์ การหนาตัวขึ้นของ chromatin และการแตกหักของ DNA พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากพืชทั้งสามสามารถชักนำให้เซลล์มะเร็ง HT-29 และ Hep G2 แสดงภาวะการถูกชักนำเข้าสู่ Apoptosis ได้ ขณะที่สารสกัดหยาบไม่แสดงฤทธิ์ที่เด่นชัดนัก จากรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชทั้งสามชนิดในด้านการชักนำให้เกิด Apoptosis ในเซลล์มะเร็ง ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนาเป็นยา และส่งเสริมให้เกิดการบริโภคอย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีต่อไป


เอกสารอ้างอิง


[1] Manosroi, J., Dhumtanom. P. and Manosroi A. (2006), Anti-proliferative activity of essential oil extracted from Thai medicinal plants on KB and P388 cell lines. Cancer Letts, 235; 114-120.


[2] พงศธร ธรรมถนอม (2007) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ?การทดสอบความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการชักนำให้เกิด apoptosis ของเซลล์มะเร็งในช่องปากและเซลล์มะเร็งระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ ของ essential oil และสารสกัดที่ได้จากพืชสมุนไพรไทย (Cytotoxic and apoptosis induction activities of essential oil and extracts from Thai medicinal plants on KB and HeLa cell lines)? ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ทุนสนับสนุนจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ งบประมาณแผ่นดิน ประจำปี 2550)


[3] พงศธร ธรรมถนอม (2009) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษาศักยภาพของสารสกัดพืชสมุนไพรไทยเพื่อการนำไปใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง (The potential of essential oil and crude extract from Thai medicinal plants for cancer therapy) ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ทุนสนับสนุนจากคณะ กรรมการวิจัยแห่งชาติ งบประมาณแผ่นดิน ประจำปี 2552)


บทความวิจัยอื่นๆ ของ นายพงศธร ธรรมถนอม

กะเพรา พืชสมุนไพรใกล้ตัว

พืชผักสมุนไพรและการต่อต้านมะเร็ง


ร่วมแสดงความคิดเห็น