ผักกูด : ผักพื้นบ้านที่น่าใส่ใจกับคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่แพ้ใคร



  กูดกินหรือที่เรียกกันว่าผักกูด (Diplazium esculentum (Retz.) Swartz) เป็นพืชท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา โดยพบการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย ผ่านมาเลเซียจนถึงซามัว ผักกูดจัดเป็นผักพื้นบ้านของไทยชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย และมักพบวางขายตามตลาดท้องถิ่นรอบนอกหรือตลาดเล็กๆในหมู่บ้านของชาวบ้านตามชนบทห่างไกลในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และหลายพื้นที่ของเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขาและแม่น้ำ ทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของผักกูดอย่างยิ่งเพราะผักกูดเจริญได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้นสูงและมีแสงแดดส่องลงมาได้ในบางช่วงของวัน อาทิ ลำห้วย ลำธารและแม่น้ำที่มีน้ำสะอาดไหลผ่าน ผักกูดที่นำมากินจึงเป็นผักที่เก็บมาจากป่าตามธรรมชาติและนำมาขายโดยชาวบ้านในราคาประมาณกำละ 10 บาท (หรือกิโลกรัมละ 30-40 บาท) จึงเป็นการสร้างรายได้จากผักป่าพื้นบ้านที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติและปลอดภัย


  การวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของผักกูดจากหมู่บ้านหนองเต่า อ. แม่วาง จ. เชียงใหม่พบว่า ผักกูด 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียม 18.79 มก. ฟอสฟอรัส 72.72 มก. ธาตุเหล็ก 0.82 มก. โพแทสเซียม 507.70 มก. โซเดียม 10.90 มก. วิตามินอี 0.99 มก. และยังประกอบไปด้วย วิตามินบีสอง 0.07 มก. โปรตีน 4.09 ก. ใยอาหาร 4.14 ก. คาร์โบไฮเดรต 3.67 ก. และมีปริมาณแอนติออกซิแดนท์ทั้งหมด 211.92 มก. จากผลการวิเคราะห์บอกได้ว่า ผักกูดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอีกทั้งมีรสชาติดีสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด อาทิ ผักกูดไฟแดง ผักกูดน้ำมันหอย แกงส้มผักกูด ยำผักกูด อาหารจานผักกูดจึงเป็นอาหารที่ปรุงจากผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมและมีคุณค่าทางอาหารที่ไม่น้อยกว่าอาหารจานใด นอกจากคุณค่าด้านอาหารแล้วสรรพคุณทางยาก็มีไม่น้อย เพราะสามารถนำส่วนต่างๆของผักกูดมารักษาโรคได้ อาทิ ลดความดันโลหิตสูง ลดคลอเลสเตอรอล แก้ไข้ตัวร้อน แก้พิษอักเสบ บำรุงสายตา บำรุงโลหิต แก้โลหิตจาง เป็นต้น จากจุดเริ่มต้นนี้เส้นทางงานวิจัยของผักกูดคงต้องดำเนินต่อไปอีกไกล



ร่วมแสดงความคิดเห็น