การคัดเลือกพันธุ์และขยายพันธุ์ฝ้ายเขียวโดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

  หน่วยวิจัยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ร่วมทำงานวิจัยกับโครงการฝ้ายแกมไหม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาวิจัยเพื่อคัดเลือกต้นพันธุ์และขยายพันธุ์ต้นฝ้ายที่ให้เส้นใยสีเขียว ซึ่งโดยทั่วไปฝ้ายที่ปลูกในประเทศไทยเป็นฝ้ายที่มีเส้นใยสีขาว หรือสีตุ่น สำหรับฝ้ายเขียวนั้นเป็นฝ้ายที่ให้เส้นใยสีเขียวโดยธรรมชาติ เกิดจากการผสมข้ามของฝ้ายสีน้ำตาล (Devidson, 2005) ทำให้มีความหลากหลายของสีฝ้ายในช่วงสีน้ำตาลถึงเขียว การคัดเลือกฝ้ายสีเขียวที่ต้องการมาใช้จะช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการย้อมสีซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง จึงควรหาแนวทางเพื่อส่งเสริมให้มีการปลูกฝ้ายเขียวให้มากขึ้น แต่จากการศึกษาการงอกพบว่าเมล็ดฝ้ายเขียวสูญเสียความงอกเร็ว และต้นที่ได้ให้เส้นใยมีสีเขียวที่ไม่สม่ำเสมอ จึงต้องทำการคัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีลักษณะดีทั้งสีและผลผลิตเส้นใย ร่วมกับการเพิ่มจำนวนต้นให้มีลักษณะเหมือนต้นแม่ โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อซึ่งจะทำให้ได้ต้นลูกจากการขยายพันธุ์จำนวนมากจากต้นพันธุ์ที่มีจำกัด โดยมีขั้นตอนการศึกษา 2 ส่วน


  1. การคัดเลือกต้นพันธุ์ฝ้ายเขียว
  การศึกษาทำโดยปลูกต้นฝ้ายจากเมล็ดเพื่อให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมและคัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีลักษณะที่ต้องการเพื่อใช้เป็นต้นพันธุ์ต่อไป คัดเลือกโดยพิจารณาลักษณะสีเป็นหลัก รองมาคือลักษณะเส้นใย
  การพิจารณาสี ขั้นแรกใช้วิธีประเมินด้วยสายตา คัดเลือกต้นที่ให้เส้นที่มีสีเขียวเข้มหรือสีเขียวสด และสีสม่ำเสมอมีสีน้ำตาลปนน้อย และนำเส้นใยที่เลือกไว้ไปวัดค่าของสีในระบบ LAB เพื่อใช้เป็นค่าอ้างอิง จากวิธีการดังกล่าวสามารถคัดเลือกต้นฝ้ายที่ให้ใยฝ้ายสีเขียวเข้มมากที่สุดได้ 2 ต้น ซึ่งมีความยาวของเส้นใยค่อนข้างยาวและมีความยาวไม่แตกต่างกัน เพื่อใช้เป็นต้นพันธุ์ดีสำหรับการขยายพันธุ์ และใช้ในการศึกษาวิจัยต่อไป


2. ศึกษาการขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
  โดยปกติฝ้ายเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตปีเดียว ภายหลังการออกผลแล้วต้นจะเข้าสู่สภาพชรา ไม่เหมาะต่อการนำเนื้อเยื่อไปเพาะเลี้ยง จึงต้องใช้เทคนิคทำการกระตุ้นต้นพันธุ์ให้สร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่ active ซึ่งจะไม่กล่าวรายละเอียดในที่นี้ แล้วจึงตัดเนื้อเยื่อไปศึกษาการขยายพันธุ์ฝ้ายเขียวโดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีขั้นตอนที่ศึกษาดังนี้
  - เทคนิคการฟอกฆ่าเชื้อที่ผิว (surface sterile) เป็นการศึกษาวิธีการฟอกฆ่าเชื้อที่ผิวเนื้อเยื่อส่วนยอดฝ้ายซึ่งเป็นส่วนที่จะใช้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ยอดฝ้ายมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่ออ่อนและมีขนยาวหนาแน่นเป็นที่สะสมของฝุ่นละออง แมลงและจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำให้ปลอดเชื้อด้วยวิธีการที่ใช้สำหรับฟอกยอดอ่อนพืชทั่วไป จึงทำการศึกษาความเข้มข้นของสารละลายฟอกฆ่าเชื้อและระยะเวลาที่ใช้ รวมถึงการใช้กรรมวิธีอื่นร่วมด้วย เพื่อให้เนื้อเยื่อปลอดเชื้อแต่มีชีวิตต่อไป จากการศึกษาหลายๆ วิธีพบว่าวิธีที่เหมาะสมคือ การล้างผ่านน้ำไหลนาน 15 นาที ก่อนแช่ในสารละลาย ไฟซาน 0.3% นาน 15 นาที แล้วจุ่ม ในเอทานอลความเข้มข้น 70% เป็นเวลา 30 วินาที แล้วจึงนำไปฟอกด้วยคลอร็อกซ์ 15% นาน 15 นาที ซึ่งให้เนื้อเยื่อยอดฝ้ายปลอดเชื้อได้ 96%

  - การศึกษาส่วนประกอบของอาหารที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาของยอดฝ้าย การศึกษาทำโดยทดลองเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนยอดด้วยธาตุอาหารหลักสูตรต่างๆที่นิยมใช้เลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในห้องปฏิบัติการ และปรับปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตกลุ่มออกซินและไซโตไคนิน ที่ความเข้มข้นต่างๆ เพื่อชักนำให้ยอดอ่อนมีการเจริญเติบโต การศึกษาพบว่าควรใช้อาหารวุ้นที่ประกอบด้วยธาตุอาหารหลักสูตร MS (Murashige&Skoog, 1962) ร่วมกับสารประกอบอินทรีย์สูตร B5 ที่เติมไรโบฟลาวิน (riboflavin) 1 มิลลิกรัม/ลิตร และเติม BA 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร เพียงอย่างเดียว เหมาะสมต่อการการเจริญเติบโตของยอดอ่อนเป็นยอดเดี่ยวที่มีลักษณะปกติ สำหรับการชักนำให้เกิด ยอดอ่อนจำนวนมาก (multiple shoots)


เอกสารอ้างอิง


Devidson, M. 2005. "Innovative lives ; Colorful Cottons." [Online] Available: http://invention.smithsonian.or/centerpieces ilives/lecture12.html (17 April 2008).


Murashige,T. and F, Skoog. 1962. A revised medium for rapid growth and bioassays with tobacco tissue cultures. Physiol. Plant. 15:473-479.



ร่วมแสดงความคิดเห็น